FAQ
 
  ยางเทียม มีข้อดีข้อเสียอย่างไร ?
   สำหรับยางเทียมก็มีโครงสร้างโมเลกุลคล้ายยางธรรมชาติ บางครั้งมีการเติมโคโพลีเมอร์ลงไปทำให้โครงสร้างโมเลกุลมีตาข่ายกว้างออกไปอีก ซึ่งยางเทียมแต่ละชนิดก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน ดังเช่น ยางโพลียูเรเทน มีโครงสร้างตาข่ายเปอร์ออกไซด์ ทนการเสียดทานได้ดีที่สุด ทนความร้อนได้ 70 องศาเซลเซียส ทนต่อน้ำมันเชื้อเพลิง น้ำมันเครื่อง แต่ไม่ทนต่ออะซีโตน น้ำร้อน ใช้ในการทำลูกกลิ้ง โฟม ซิ้นส่วนรับแรงกระแทก ยางสไตรีน-บูตาเดียน ก็มีการใช้งานกันมาก ทนต่อการเสียดสี รับภาระที่อุณหภูมสูงได้ดีกว่ายางธรรมชาติ ข้อเสียคือ รับความร้อนได้ไม่ดี ใช้ทำยางรถยนต์นั่ง แผ่นรองในรองเท้า สายยาง สายพานลำเลียง ยางบูทิล ก๊าซทะลุผ่านได้น้อย ทนต่อกรดต่างอซีโตน น้ำมัน ไฮโดลิค ไม่ทนต่อจาระบี กระคาร์บอนิก ใช้ทำยางในของรถ ฉนวนสายน้ำร้อย และยางอะคริลไนไตรัล บูตาเดียนหรือเปอร์บูนาน ทนต่อน้ำมันและจาระบี ไม่ทนต่อน้ำมัน เบรคที่มีไกลคอล ใช้ทำปะเก็น เมมเบรน ยางซิลิโคน ทนต่ออุณหภูม-100 ถึง +200 องศาเซลเซียส ทนต่อน้ำมันจารบี ไม่ทนกรดคาร์บอนิ กรด ด่างเข้มข้น ใช้ทำปะเก็น ฉนวนไฟฟ้า สายเคเบิล สายพานลำเลียง
  กลับไปหน้าคำถาม