วันที่   
เวลา
 
   ข่าว
ปลื้มยอดขอบีโอไอทะลุ 1ล้านล้าน
สสว.ระบุเอสเอ็มอี 11 กลุ่มธุรกิจเด่น
เอสเอ็มอีแบงก์ผนึก
บีโอไอนำนักธุรกิจไทยหาทำเลตั้งฐาน
ปูฐาน 10 ปี SCG ผงาดอาเซียน
 


กนอ. MOU ศึกษาพื้นที่เขต ศก.พิเศษผุดคลัสเตอร์อุตฯ พลาสติก

    กนอ. ลงนามความร่วมมือกับ 3 หน่วยงาน PTTGC กลุ่มฯพลาสติก ส.อ.ท. และสถาบันพลาสติก เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนา และสนับสนุนการจัดตั้ง คลัสเตอร์อุตสาหกรรมพลาสติกในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ เล็งนำร่องพื้นที่ จ.ตาก และ จ.สระแก้ว หวังพัฒนาสินค้าพลาสติกไทยให้สร้างมูลค่าเพิ่มแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้

    นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ตามนโยบายรัฐบาลในการผลักดันการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดนเพื่อที่จะกระจายความเจริญไปสู่ภูมิภาคและเชื่อมโยงการค้า การขนส่งและระบบโลจิสติกส์ ภายในอนุภูมิภาค และภูมิภาคอาเซียน รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ AEC ดังนั้นกระทรวงอุตสาหกรรม โดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) จึงได้ลงนามความร่วมมือ กับ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC) กลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) และสถาบันพลาสติก เพื่อร่วมกันกำหนดแนวทางในการพัฒนาและสนับสนุนการจัดตั้ง Cluster ของอุตสาหกรรมพลาสติก ในพื้นที่เขตพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อเป็นกลไกในการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ

“รัฐบาล ได้เร่งรัดให้ทุกหน่วยงานดำเนินการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษให้เป็นรูปธรรม โดยให้เริ่มต้นการพัฒนา ปี 2558 ตามความพร้อมของแต่ละพื้นที่ และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการทั้งในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานและด่านพรมแดน โดยเฉพาะระบบสาธารณูปโภคและสาธารณูปการรองรับกิจกรรมในเขตเศรษฐกิจ”นายจักรมณฑ์กล่าว

    นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) กล่าวว่า สำหรับความร่วมมือกันในครั้งนี้ จะต้องมีการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการฯก่อน คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1ปี โดย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) จะให้ความร่วมมือในด้านของการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการฯ ตลอดจนการหาพันธมิตรเพื่อการลงทุนในพื้นที่เป้าหมาย สถาบันพลาสติกจะให้การสนับสนุนในด้านการพัฒนาอุตสาหกรรมพลาสติกและศึกษา

   ประชาสัมพันธ์โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการฯ
   โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการและบุคลากรในอุตสาหกรรมพลาสติกเพื่อรองรับการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)
   บ้านพลาสติก
 
สถานการณ์ SMEsไทยเดือน ม.ค.58 แนวโน้มปรับตัวดีขึ้น

    สถานการณ์ SMEs ไทย เดือน ม.ค.2558 แนวโน้มปรับตัวดีขึ้น ปัจจัยบวกมาจากการบริโภคภาคเอกชน การเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ ราคาขายปลีกน้ำมัน ส่วนการส่งออกของ SMEs โดยเฉพาะตลาดหลักสำคัญอย่าง สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป อาเซียน ยังคงขยายตัว ขณะที่การจดทะเบียนจัดตั้งกิจการใหม่เพิ่มสูงถึงร้อยละ 80 โดยเฉพาะธุรกิจก่อสร้างอาคาร ทำบัญชีและตรวจสอบบัญชี ขายส่งเครื่องจักร ฯลฯ

    ดร.วิมลกานต์ โกสุมาศ รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เปิดเผยว่า ตามที่ สสว. ดำเนินการวิเคราะห์สถานการณ์ SMEs ประจำเดือนมกราคม 2558 พบว่า มีแนวโน้มดีขึ้น เห็นได้จากดัชนีชี้นำภาวะเศรษฐกิจของ SMEs (SMEs Leading Economic Index) ณ เดือน ม.ค. อยู่ที่ระดับ 111.03 เพิ่มขึ้นจากเดือน ธ.ค.2557 ที่ผ่านมา 0.06 จุด และเป็นการขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 8 ผลจากการขยายตัวเพิ่มขึ้นของตัวแปรชี้นำ ได้แก่ ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ปริมาณผลิตรถยนต์นั่งขนาด 1,501-1,800 CC และปริมาณเงินตามความหมายแคบ ซึ่งสะท้อนถึงการบริโภคภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้การเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐและผลผลิตสินค้าเกษตรขยายตัวเพิ่มขึ้น ราคาขายปลีกน้ำมันลดลง ผลจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ต่ำและรัฐบาลปรับลดอัตราเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง การท่องเที่ยวปรับตัวดีขึ้นโดยมีต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยจำนวน 2.65 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 15.90 ผนวกกับมาตรการกระตุ้น SMEs ของรัฐบาล เชื่อว่าจะส่งผลให้ช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า เศรษฐกิจของ SMEs จะมีทิศทางที่ดีขึ้น

      อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมหน้าข่าวสารวงการ