วันที่   
เวลา
 
   ข่าว
พึ่ง คสช.อุ้มอุตฯ รับช่วงผลิต
บีโอไอเผยยอดขอรับส่งเสริม 4 เดือน
เอสเอ็มอีแบงก์ผนึก
ศรีไทยฯ รุกอาเซียน
พลาสติกในสไตล์กรีนๆ
 


ทุนมะกันหอบเงินลงไทย ผุดโรงงานผลิต'พีแอลเอ'

     พีทีทีจีซีเผย ทุนสหรัฐฯ เนเจอร์เวิร์ค ตัดสินใจลงทุนโรงงานพีแอลเอขนาด 7.5 หมื่นตันต่อปี มูลค่าไม่น้อยกว่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในประเทศไทยแล้ว รอสรุปพื้นที่ตั้งโรงงานระหว่างนิคมฯ เอเชียกับตั้งใกล้โรงงานน้ำตาลในภาคอีสาน หลังหารือกลุ่มน้ำตาลมิตรผลและกลุ่มเกษตรไทยแล้ว ด้านเนเจอร์เวิร์ค ลุยพบคสช.ขอความมั่นใจนโยบายการส่งเสริม เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ 2% แข่งกับมาเลเซีย คาดแผนลงทุนชัดเจนปลายปีนี้

     นายอัฒฑวุฒิ หิรัญบูรณะ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท พีทีทีโกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือพีทีทีจีซี เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงความคืบหน้าโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตพลาสติกชีวภาพชนิด Polylactic Acid หรือพีแอลเอ เฟสแรก ขนาด 7.5 หมื่นตันต่อปี มูลค่าลงทุนไม่ต่ำกว่า 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ว่า ล่าสุดบริษัท NatureWorks ของสหรัฐฯ ในฐานะผู้ร่วมทุนตัดสินใจที่จะก่อสร้างโรงงานดังกล่าวในประเทศไทยแล้ว โดยขณะนี้ยังรอเพียงผลสรุปด้านพื้นที่ก่อสร้างโรงงานและมาตรการความช่วยเหลือจากทางภาครัฐ

     โดยพื้นที่ก่อสร้างโรงงานพีแอลเอดังกล่าว ทางพีทีทีจีซีอยู่ระหว่างตัดสินใจในการเลือกพื้นที่ ซึ่งเบื้องต้นยังคงต้องการให้โรงงานนี้อยู่ในพื้นที่ใกล้แหล่งวัตถุดิบที่มีการปลูกอ้อย ดังนั้น อาจเป็นไปได้ที่จะตั้งอยู่ในพื้นที่โรงงานน้ำตาล ซึ่งที่ผ่านมาได้หารือกับทางโรงงานน้ำตาลมิตรและและโรงงานน้ำตาลเกษตรไทย ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือไปบ้างแล้ว เนื่องจากต้องการประหยัดค่าขนส่งและมีวัตถุดิบรองรับกับความต้องการของโรงงานพีแอลเอ เพราะในอนาคตพีทีทีจีซีต้องการขยายเป็นศูนย์กลาง(ฮับ) พลาสติกชีวภาพ หรือไบโอพลาสติก ในอนาคต ขณะที่อีกพื้นที่หนึ่งที่มองไว้จะตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมเอเชีย จังหวัดระยอง คาดว่าจะสรุปพื้นที่ตั้งได้ภายในช่วงปลายปีนี้

   แบงก์กรุงเทพนำนักลงทุนจากทั่วเอเชียสู่เมียนมาร์
   PJW เปิดเกมรุกธุรกิจโรงพ่นสี คาดปี’58
   เจลลี่บันนี่ขยายตลาดไทย / เทศ
 
บอร์ดบีโอไอไฟเขียว ยุทธศาสตร์ใหม่

    บอร์ดบีโอไอไฟเขียว ยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนใหม่ระยะ 7 ปี มีผลบังคับใช้ 1 ม.ค.58 เลิกให้สิทธิประโยชน์ตามโซนนิ่ง เน้นให้เกิดคลัสเตอร์ใหม่ในภูมิภาค ดัน 7 กลุ่มอุตสาหกรรม สร้างมูลค่าเพิ่ม โปะสิทธิประโยชน์ให้ภาคธุรกิจที่ลงทุนเพิ่มด้านวิจัยและพัฒนาพร้อมต่อสิทธิประโยชน์เพิ่มขีดความสามารถเอสเอ็มอี และการลงทุนใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ออกไปอีก 3 ปี

    นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบอร์ดบีโอไอ มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานว่า ที่ประชุมเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2557 ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบร่างยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนในระยะ 7 ปี (พ.ศ. 2558 - 2564) ตามที่บีโอไอนำเสนอ โดยจะยกเลิกระบบการส่งเสริมที่อิงกับเขตพื้นที่(โซนนิ่ง) มาเป็นส่งเสริมให้เกิดคลัสเตอร์ใหม่ในภูมิภาค เพื่อสร้างการรวมกลุ่มใหม่ของการลงทุนที่สอดคล้องกับศักยภาพและความต้องการของแต่ละพื้นที่มากขึ้น อีกทั้งยังจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งของห่วงโซ่ ซึ่งคณะกรรมการฯ จะกำหนดสิทธิประโยชน์ที่เหมาะสมเป็นรายกรณีไป

      อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมหน้าข่าวสารวงการ